read,cry,silent night,

November 30, 2008

+ readcamp ทำให้นึกถึงการอ่านในที่สาธารณะใน The history of reading ไม่ได้เปิด session มีเรื่องที่จะอ่านแล้ว มัวแต่ทำขนม ทำขนม และไม่ได้นอนเลยแต่ก็แปลกนะสิ่งที่เรารักที่จะทำเนี่ยมันไม่เคยทำให้เรารู้สึกได้ถึงคำว่า “เหนื่อย”เลย แค่น๊อกไป 1 รอบเอง .. :P
แต่มีความสุขนะ

+ชีวิตช่วงนี้ เป็นช่วงชีวิตที่ร้องไห้คนเดียวบ่อยที่สุด ก็เพิ่งจะเคยเป็นผู้ใหญ่กับเขานี่แหล่ะ
ปกติจะไม่ค่อยร้องไห้ ถ้าเป็นไปได้จะไม่ร้อง ให้ใครรู้ เพราะคนรอบข้าง เห็นว่าเราเหมาะสมกับการยิ้มมากกว่าแล้วถ้าเราเศร้าคนอื่นมักเศร้าตาม เอ๊ะ! เลียนแบบ..แต่แปลกมาก ที่เดี๋ยวนี้มักร้องไห้ใส่ คนสองคนที่เพิ่งรู้จักกันจริงๆในปีนี้ ร้องให้ใส่เป็นเด็กๆเลย ( via phone )
คนที่รู้จักกันมาแสนนาน ยิ่งไม่เคยได้เห็น

บางทีน้ำตามันไหลออกมาเอง เหมือนดูหนังซึ้งๆสักเรื่อง ที่ผู้กำกับไม่ได้คิดว่าน่าจะมีคนร้องกับซีนนี้ เป็นความไม่ได้ตั้งใจนั่นเองเพราะตั้งใจก็คงไม่ร้องไห้

+คงเป็นเพราะยิ่งโตขึ้น ที่พึ่งทางใจก็ยิ่งไม่มี ครอบครัว ไม่ต้องพูดถึง เพราะว่าเขาปล่อยเราให้คิดอะไรเอง ทำอะไรเอง มาตั้งนานแล้ว ..มีปัญหาอะไรเลยไม่ได้ปรึกษาตั้งแต่เด็กๆแล้วล่ะ

ศาสนา? ก็เหมือนเรื่องครอบครัว เราเชื่อในพระเจ้า แต่เราไม่ได้ไปโบสถ์
(ซึ่งถือว่าเป็นคริสเตียนที่ไม่ดี) หรือว่าตอนนี้เราแค่เชื่อว่า พระเจ้ามีจริงแต่เราไม่ได้รักพระเจ้าแล้ว (วะ) ถ้าเป็นอย่างนั้น ก็เป็นคนไม่มีศาสนาล่ะสิไม่มีที่ยึดเหนี่ยวใดใด

เพื่อน ? ปล่อยมันไปเหอะ .. lol
แต่เรารู้สึกว่า ปัญหา 1เรื่อง ควรมีเพื่อนแค่ 1 คน คอยรับรู้ เราเบาใจเรื่องเพื่อนนะเพราะว่าเพื่อนเป็นสิ่งมีชีวิตที่รักเราทั้งที่มันเป็นใครกันมาไม่รู้ ไม่ใช่คนในครอบครัว เราฟังปัญหาของเพื่อนได้เป็นอาชีพหลักซึ่งเราเต็มใจนะแต่ทำไมเวลาเรามีปัญหาเราถึงชอบเก็บเอาไว้คนเดียวนะ สงสัยกลัวไม่เท่ จะพยายามดู..เรื่องนี้

แฟน ? เราไม่รู้ ไม่รู้ ไม่รู้อะไรเลย ก็คงไม่จำเป็นต้องบอกหรอกมั๊ง ว่ามีปัญหาอะไร
หรือต้องบอกนะ เราแปลกประหลาดขึ้นทุกวัน จนไม่รู้ว่าจะวางตัวกับโลกนี้ยังไง
ที่จริง ไม่ต้องบอกกันทุกเรื่องก็ได้ (มั๊ง) ควรทำชีวิตต่างฝ่ายให้เบาขึ้น แต่ทำยังไงนะ?

จริงๆก็แค่มีคนไว้รับรู้ว่า ตอนไหนไม่ไหวจริงๆก็น่าจะพอนะ (เวร..น้ำตาหล่น) ไม่ได้ตั้งใจ
เขียนมาซะยาวเหยียด ที่จริง..คืออยากมีแฟนเหอะ ว่างั้น
แต่..มีแล้ว เรามีแฟนแล้ว เรามีแฟนแล้วจริงๆ นอกเหนือจากนั้น เราไม่รู้อะไรเลย

ที่จริง..มีคนเอาไว้พิงตอนที่มีปัญหาหนักเราก็พอแล้วล่ะ ไม่ต้องไปเล่าอะไรก็ได้

+ในที่สุด ก็ยังเป็นเรา แค่คนเดียวจริงๆบนโลกใบนี้ที่ต้องหาทางทุกอย่างด้วยตัวเองหมดเลย
ยังดี ที่ยังเหลืออีกตั้งหนึ่งคน ที่ไม่เคยยอมแพ้ ก็ตัวเราเองแหล่ะ …ฮือออออออออ

+ใกล้ x’mas อีกแล้ว …..ที่จริงอยากไปนั่งร้อง silent night ในโบสถ์คนเดียวเงียบๆ
ในคืนดังกล่าว คือคืน eve ต้องเวอร์ชั่น Beyoncé ด้วยนะ lol
x’mas eve คือคืน silent night,holy night คืนนี้ที่มีความหมายจริงๆกับเรา
ถ้าเป็นไปได้นะ ก็อยากอยู่กับคนที่รักแต่ไม่มีก็อยู่คนเดียวก็ได้ ส่วนคืน25 ก็ปาร์ตี้กันตามปกติ มีทุกๆปีกับเพื่อนๆซึ่งจะฮากันไปไหน

x’mas อีกแล้วเหรอ ..สู้ต่อไปก็แล้วกัน

ps, Silent Night คือเพลงที่เราชอบที่สุดในคืน x’mas

birthday card,

November 26, 2008

ไปยืนคุยกับคนที่ทำแป๊บหนึ่ง รู้สึกว่า อืมมม น่าสนใจดี มันคือการ์ดที่แปลงจากตัวเลขวันเกิด เดือนเกิด มาเป็นสัญญลักษณ์ไพ่ป๊อก
เกิด 5 เมษา = 3 ดอกจิก คำโปรยบนกล่องคือ “ศิลปินคนเก่ง” ถ้าเขาเขียนว่า เป็นคนงี่เง่าที่สุดในจักรวาล ..จะซื้อไหมล่ะนั่นคนขายเขาเล่าให้ฟังว่า ไพ่นี้เป็นแบบนี้ ก็เลยฟังนิดนึงแต่ตรหมดเลย มันไม่ใช่ดวงหรือการทำนายอนาคต มันแค่บอกเฉยๆว่ามีความลับอะไรในตัวตนของเรา จุดขายของมันคือ ความเป็นตัวตนของใครของมันนั่นเอง เปิดออกมาอ่านก็ตรงเกือบหมด
เพราะบางอย่างมันเป็นนิสัยลึกๆจริงๆ

นิสัยบางอย่างของเรานี่ก็เอามา inspire ตัวเองได้เหมือนกันนะ รวมๆ เค้าบอกว่า มีพลังภายในอยู่อย่างมหาศาลเพื่อนำมาใช้อย่างไม่มีขีดจำกัด (โอ) คือจะหาที่ปล่อยของอยู่ตลอดเวลาถ้าหาที่ลงไม่ได้จะเริ่มสับสน เป็นคนรื่นรมย์กับชีวิต ร่าเริง รักอิสระเหนือสิ่งอื่นใด :P ชอบพบเจอผู้คน ปรับตัวเข้ากับคนง่าย สามารถนั่งรวมอยู่ได้กับทุกคนในโลกนี้ ขี้เบื่อ ต้องหาอะไรแปลกใหม่เพื่อสร้างไอเดียอยู่ตลอดเวลาจึงต้องเยียวยาอาการอยู่ไม่สุขด้วยการเดินทาง (นั่น)
อันนี้เด็ด คือต้องการความรักหลายๆแบบ (ถูก) และคนรักหลายคน (อะไรกัน อันนี้ไม่จริงเลยยยยยย)

ลงลึก ไพ่ของฉัน..คือไพ่ที่อยู่กับโลกของความคิดมากที่สุดแล้ว ความคิดสร้างสรรค์จะมีเยอะกว่าใบอื่น รักงานศิลปะ ไอเดียเยอะมากจนกลายเป็นนักแก้ปัญหาตัวยง ถ้ามีปัญหาก็จะคือมีทางเลือกเยอะไป เลือกไม่ถูก (อุ้ย..สดๆร้อนๆ) ทำให้ไม่ตัดสินใจ เขาบอกว่าหยุดวิเคราะห์แล้วเลือกเสียที 55 เขาบอกว่ามีพรสวรรค์ทางศิลปะอยู่ล้นเหลือ ถ้ามีแรงบันดาลใจจะสร้างสรรค์งานศิลปะไม่จำกัดรูปแบบแต่ต้องชัดเจนว่าเรารักจะทำอะไรจริงๆ

ลึกไปอีก-รักอิสระสุดชีวิต ชอบการเดินทาง ผจญภัยทุกรูปแบบ ชอบออกไปเจอผู้ค พรสวรรค์ที่โดดเด่นคือคนอยู่ใกล้แล้วสบายใจแต่มีปัญหาเรื่องการตัดสินใจ

ความรัก -*
เป็นนักรักโรแมนติกตัวยงแล้วยังอยากได้คนโรแมนติกด้วยแต่ลึกๆน่ะกลัว – - (เหมือนโดนด่าเลย ) เค้าบอกว่าเนื่องจากมีความคิดสร้างสรรค์เยอะมาก หากนำมาใช้ไม่ถูกทางทำให้หาคนรักใหม่ไปเรื่อยๆ เพื่อตอบสนองอารมณ์ที่ไม่ค่อยพอใจในสิ่งที่ตัวเองมี เค้าว่าให้หางานสร้างสรรค์ทำแทน การหาแฟนใหม่จะเป็นการแก้ปัญหาที่ถูกจุดกว่า (ก๊ากกกกก)

มีปัญหาชีวิตในวัยเด็กทำให้มีผลทางด้านอารมณ์ ซึ่งควรจะได้รับการแก้ไขก่อนจะมีชีวิตแต่งงานที่มีความสุข ต้องพัฒนาให้เป็นคนที่มองโลกในแง่ดีมากก (เย้) แล้วก็เรื่องมากต้องคนที่เข้ากันได้จริงๆ

.

.

ตามนั้น พอจะมีเรื่องงี่เง่าเข้าหัว ต้องทำงานศิลปะๆทันที

ซื้อมาสองกล่อง ให้คิงส์โพแดง เป็นของขวัญวันเกิดปีที่แล้ว

จะว่าไปใน http://www.orangecat.name
ก็มีข้อมูลเบื้องต้นนิดๆหน่อย เอามาเช็ควันเกิดเพื่อนรายตัวก็ตรงดีนะ

beaver moon

November 15, 2008

+ มีฉากหนึ่งใน My best friend’s wedding ตอนที่เพื่อนเกย์ของนางเอกเล่าว่าเขาชอบเธอตอนไหนบนโต๊ะอาหาร ถึงจะเป็นเป็นเรื่องโกหกเพื่อช่วยเพื่อนแต่ก็รู้สึกว่าเพื่อนคู่นี้เค้ารักกันจริงๆ (ในสักแบบ) เล่ามาถึงตอนสำคัญ เขาเงียบอยู่สักครู่หนึ่งและก็ร้องขึ้นมาว่า..
I run for the bus dear
while ridding I think us dear
I say a little prayer for you ….
แล้วทุกคนก็ร่วมกันร้องเพลง

+ I say a little prayer for you เวอร์ชัน swan dive เป็นเวอร์ชันที่ชอบที่สุด ไม่รู้ว่ามอลลี่อินหรือเปล่าแต่เราอิน ..:)

[note]
ซื้อดีวีดี wall•e,the fall >< ><

+ beaver moon พระจันทร์สวยมาก ตรงกับวันลอยกระทงของชาวไทย
ซึ่ง..เราสนใจแค่พระจันทร์มันเต็มดวงแค่นั้นเอง

paranoid android,

November 2, 2008

เขียนไว้แล้วหายหมด เลยไม่มีอะไรจะพูดอีก

I may be paranoid, but no android

)

ช่างมันเถอะ!